Princess's profileΡяιиcєss DiaяÿPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    3*แค่อยากรู้...เธอยังไม่ลืมฉัน

       

    August 20, 2007

    Piglet sidled up to Pooh from behind.
    "Pooh!" he whispered.

    "Yes, Piglet?"

    " N o t h i n g." said Piglet, talking Pooh's paw.

    "I just wanted to be sure of you."

    ภาพมิตรภาพแสนซื่อขณะที่พิกเล็ทเดินตามหมีพูห์ไปต้อยๆ 
     
    รอยเท้าคู่เล็กๆย่ำไปบนหิมะเคียงข้างกับรอยเท้าของพูห์ไปตลอดทาง
     
    เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง
     
    ทั้งคู่คงเดินมาด้วยกันนานพอสมควรและคงไม่ได้คุยอะไรกันเลย
     
    พิกเล็ทเลยจ้อง"ขอเสียง" ด้วยการเรียกพูห์ 
     
    เมื่อพูห์ขานรับและถามกลับว่า "มีอะไรหรือพิกเล็ท"
     
    พิกเล็ทกลับเกาะมือพูห์ไว้ก่อนตอบว่า
     
    "เปล่า ไม่มีอะไร แค่อยากมั่นใจว่าเราเดินมาด้วยกันเท่านั้นเอง"
     
    ภาพนี้ ถ้อยสนทนานี้ เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งสังเกตไหมว่าพูห์เดินนำหน้า
     
    ควรเป็นพูห์หรือเปล่าที่น่าจะเป็นฝ่าย "ขอเสียง" พิกเล็ท ว่ายังเดินตามตัวเองมาหรือไม่
     
    นั้นหมายถึงว่าเป็นความกังวลในใจพิกเล็ทเองที่เกรงว่าพูห์จะลืมเพื่อนตัวเล็กๆอย่างเขา
     
    ในชีวิตเราทุกคนคงเคยผ่านพบมิตรภาพที่แสนดี
     
    แต่มีกี่คนที่รักษามันไว้ได้มั่นคงไม่หวั่นไหว
     
    วันคืนแห่งชีวิตกลืนกินและฉุดดึงเรารุดไป
     
     หันกลับมามองข้างหลังอีกทีอาจจะเศร้าใจ
     
     หากพบว่าคนที่เราไว้ใจ...ไม่มีใครเดินตามเรามาอีกแล้ว
     
     ไม่อยากเดินข้างหน้าเพราะเกรงว่าฉันจะลืมเธอ
     
     ไม่อยากเดินตามหลังเช่นกันกลัวตามไม่ทันกลัวเธอทำฉันหล่นหาย
     
     อยากให้เราเดินเคียงกันไปอยากอุ่นใจมั่นใจ
     
     ว่าตลอดการเดินทางชีวิตอันยาวไกล...เรายังมีกันและกันไปตลอดทาง

     
                                                                                                        ปลาย  พันแสง

    2*Chang

       

    16 สิงหา 2550

    ย้อนเวลากลับไปได้จะเลือกมาอยู่ที่นี่มั้ย?
    คำตอบยังคงเหมือนเดิม "อ่ะ แน่นอน"

    ทุกวันนี้มีความสุขดีรึ?
    "........................."

    แล้วทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้หล่ะ?
    "ก็กลัวผิดหวัง กลัวความจริงนะสิ"

    เลยตัดสินใจที่จะหนีทุกสิ่งทุกอย่างมา
    ก็รู้นะว่าไม่ถูกต้อง
    แล้วจะให้ทำยังไงล่ะมัน...ไม่มีทางออก

    ได้แค่วิ่งชนกำแพงซ้ำๆ(เจ็บตัว)

    ถ้าวันหนึ่งเราเข้มแข็งพอค่อยกลับไปเผชิญความจริง

    ส่วนวันนี้ถ้าได้คุยภาษาไทยกับใครสักคนก็พอแล้ว
    ไม่ต้องการอะไรมาก(เดี๋ยวกลับบ้านไปเป็นใบ้แย่เลย)

    ชีวิต ก็ชอบเล่นตลกกับเราเสมอ นำพาแบบทดสอบให้เราได้เรียนรู้ ยิ่งผ่านบททดสอบมาก ก็ได้เรียนรู้เยอะให้เราโตขึ้น

    ได้แต่หวังนะว่าสักวันชีวิตจะไม่นำพาการ "เปลี่ยนแปลง" 

    ไม่ต้องเจ็บปวดมากไปกว่าวันนี้
    แล้วใครจะรู้ละวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ใช่มะ?
    มันก็ต้องให้เวลากับทุกอย่างนั่นแหล่ะเป็นตัวช่วย
    ตอนนี้ก็ได้แต่ทำใจ

    ให้ยอมรับกับสิ่งที่เลือกแล้ว
    ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย
    ต้องยอมรับมัน

    อย่า รื้อฟื้น

    อย่า ทำให้ตัวเองเสียใจ

    อย่า ไปคิดถึงเรื่องที่ผ่านมา

    ให้มันจบไปกับเมื่อวาน

    "ไม่มีใครเปลี่ยนอดีตได้ จำไว้ว่าจะไม่มีคนเดิมอีก"

     

    1*ความรู้สึกในใจ

     

     

     

     

        

    วันแม่ 2550

    ปิดเทอมฤดูร้อนเช้ามืดตื่นขึ้นด้วยความรีบเร่งเหมือนทุกวัน
    เดินมึนๆเข้าไปหลังบ้านอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร็วแล้วตะกายขึ้นท้ายรถกระบะ...

    ไม่นานก็ออกตัวตระเวนไปตามหมู่บ้านเป็นระยะทางหลายสิบโล

    "กับข้าวมาแล้ว กับข้าว หมู ไก่ ผักสด ผลไม้มาแล้วจ้า" เสียงของแม่ค้าขายกับข้าวผ่านไมโครโฟนกระจายดังไปทั่วบริเวณที่รถวิ่งผ่าน

    ฉันนั่งอยู่ใต้หลังคาของรถคันนั้นรวมกับกองหนังสือพิมพ์
    และถุงพลาสติกที่วางไว้

    มีหน้าที่หาถุงตามขนาดพอดีของที่ลูกค้าซื้อยื่นให้แม่
    รถวิ่งผ่านไปแล้วหลายหมู่บ้านจนเข้าช่วงสาย

    ป๋า จะแวะพักใต้ร่มเงาไม้ข้างทางให้แม่กับฉันได้กินข้าวเช้ากัน มันเป็นช่วงเวลาไม่นานนักที่จะได้ขยับตัวลงมาจากท้ายรถเพื่อยืดเส้นสายและพักผ่อน

    แม่จะหันมามองแล้วถามว่า เหนื่อยมั้ยลูก?
    ทั้งที่ไม่ทำอะไรมากนอกจากหมุนไปหมุนมา
    ยื่นถุงใส่ของ...ก็แค่นั้น

    แต่แม่ต่างหากที่ต้องร้องเรียกลูกค้าขายของตั้งแต่เช้า

    แล้วเราก็ทำแบบนี้ต่อจนเย็นกลับถึงบ้าน ทำกับข้าว
    ถูบ้าน ซักผ้าและอีกสารพัดอย่าง

    ที่นี่ เห็นภาพแบบนี้จนชินตา

    มองแม่ด้วยความสงสัยตลอดมาว่า
    ทำไมแม่ไม่มีวันหยุดกับเขาบ้างนะ?
    ทำไมวันที่แม่ป่วยถึงไม่ไปหาหมอ?
    แล้วอีกหลาย ทำไม?
    ที่แม่ไม่เหมือนใคร เอาแต่ขายของ 
    ขายของ และขายของ?

    แต่...น่าแปลกนะ ที่ไม่เคยได้ยินคำว่า เหนื่อย สักครั้ง!
    จากปากผู้หญิงคนนี้

    ความสงสัยเหล่านั้นไม่นานก็จางหายไปเมื่อวันเปิดเทอม
    คำตอบมันมาพร้อมกับเสื้อนักเรียนตัวใหม่
    หนังสือชุดใหม่และรู้มั้ย? ว่าแม่ส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชน!

    แม่บอกว่า "อยากให้หนูได้เรียนหนังสือสูงๆ"
    เพราะแม่เองไม่มีสมบัติเงินทองอะไรให้คงทำได้แต่ให้ลูกได้รับการศึกษาดีที่สุดเพื่อฉันจะได้มีวิชาความรู้ติดตัวในอนาคต

    ตอนนั้นฉันยังเด็กไม่เข้าใจหรอกว่า แม่พูอะไรเนี่ย?
    รู้แค่ว่าดีใจจังที่มีเสื้อใหม่ใส่ไปโรงเรียน
    (พึ่งมารู้ซึ้งวันหลังงานที่แม่ทำอย่างหนักกลายมาเป็นเม็ดเงิน ทุกบาททุกสตางค์อยู่ที่ลูกสาวคนเล็ก)

    มันก็น่าแปลกนะ ช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดกลับมองไม่เห็น ปล่อยให้ล่วงเลยไปจนไม่สามารถแก้ไข รึทำในสิ่งที่ควรจะทำได้

    จนกระทั่งวันนี้ฉันโตขึ้นถึงได้รู้คุณค่าสิ่งที่แม่ทำนั้นมีความหมายแค่ไหน

    วันที่อยู่เพียงลำพังทำให้นึกถึงภาพวันที่ผ่านมาวันที่มีคนคอยห่วงใยดูแล...

    ถึงแม้วันนี้มันอาจสายไปก็ยังอยากพูดอีกสักครั้ง
    "หนูรักแม่นะคะ"

    แม่ คนที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉัน
     .........................................................................
                                                                    Princess