Princess's profileΡяιиcєss DiaяÿPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    40*อุบัติเหตุเสี้ยววินาที

       

    13 เมษายน 52
    สดๆ จะๆ กันเมื่อกี้ บ่ายโมงได้
    ออกจากบองมาเช่
    ขึ้นแท็กซี่ วิ่งปราดมาติ๊ดเดียว
    บนถนนโล่งๆ ก็ได้เรื่องเลย นั่งมา ถึงหน้าตลาดประชานิเวศน์
    รถก็ไปชนเข้ากับมอไซด์ พ่อ แม่ ลูก อายุรุ่นๆ เด็กไม่น่าเกิน 3 ขวบ
    (มอไซด์อยู่ตรงกลางถนนพอดี เหมือนรอรถอีกเลนเพื่อเข้าซอย) 

    ฉันอยู่ในแท็กซี่คันนั้น
    พริบตาเดียว ตัวลอยไปกระแทกเบาะด้านหน้า

    ทันทีที่เห็นว่ามอไซด์ล้ม ก็วิ่งกรูไปช่วยงัดเอาคนเจ็บออกมาก่อน คุณแม่ที่ซ้อนหลังสุดไม่เป็นอะไร เพราะเธอกระโดดลงจากรถทัน
    แต่เด็กโดนมอไซด์ทับ!!
    คุณพ่อไม่สนใจใครทั้งสิ้น เดินตรงมาหาแท็กซี่ ผลักอก
    พร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง

    ฉันยกมอไซด์คนเดียวไม่ไหว แต่ก็ไม่มีคนมาช่วย
    คนเริ่มรวมตัวกันล้อมรถทั้งสองจนหนาตา

    มีมอไซด์ส่งพิษซ่าคันนึง ผ่านมาตะโกนด่าคุณพ่อคนนั้นว่า
    มึงไม่อายหรอ ซกคนแก่
    ความเดือดดานมันทำให้คุณพ่อคนนั้นคลั่งไล่ฟาดงวงฟาดงา
    กับคนส่งพิษซ่า

    เด็กร้องดังกว่าเดิม ฉันไม่เห็นบาดแผลจากเด็ก
    แต่ก็ไม่แน่ใจว่าข้างในร่างกาย
    จะมีอะไรแตกหัก หรือเลือดตกมั่งมั้ย?  นั่นคือสิ่งที่กังวล!!

    ระหว่างคู่กรณีวิวาทคนที่นั่งมากับฉันกำลังลงไปห้ามมวย
    เลยตัดสินใจพาคุณแม่คนนั้นไป ร.พ.

    ริ้วเลือดเริ่มซึมมาจากหัวของเด็ก มันทำให้ฉันกลัว
    ถึง ร.พ. แจ้งกับบุรุษพยาบาลว่าเด็กเจอเหตุการณ์อะไรมาบ้าง

    คนบางคนแทนที่จะพาเด็กเข้าพบหมอ
    แต่กลับยืนถามด้วยความสังสัย ว่าที่ไหน?
    ทำไมเค้าถึงลืมหน้าที่ตัวเองอย่างนั้นล่ะ

    พยาบาลมาบอกให้กรอกประวัติคนไข้
    (ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ อายุ น้ำหนัก ชื่อพ่อ ชื่อแม่เด็ก)
    ก่อนทำการรักษาให้ตายเถอะฉันไม่ได้เป็นแม่ของเด็ก
    แล้วเด็กก็เล็กเกินกว่าที่จะตอบคำถามของคนพวกนั้น

    เขาจะรอจนกว่าเราจะกรอกข้อมูลให้เสร็จ
    ถ้าเด็กเลือดคลั่งในสมองป่านนี้คงโคม่าไปแล้ว
    คุณแม่เด็กก็งง คือกว่าฉันจะให้คุณแม่เด็กกรอกประวัติ
    มันก็กินเวลาไป สัก 10 นาทีได้

    หมอตัดสินใจให้ทำการเอ็กซเรย์lสมอง ผลโอเค แต่ก็ไม่ได้วางใจ
    ต้องรอดูว่าอีกสอง สาม วัน เด็กจะมีอาการอวกมั้ย?

    พ่อเด็กยังไม่มาขณะที่แท็กซี่เดินมาหาแล้วยกมือไหวฉัน!!
    เขาขอบคุณเป็นใหญ่เป็นโต

    มีเพื่อนๆ ของแม่เด็กเป็นผู้ชายอายุสัก 19 - 20 ได้
    เดินมากันสองคนล้อมฉันไว้ พวกเขาใส่ขาเดฟ
    ลักษณะเหมือนเด็กเทคนิค เทคโน มันทำให้ฉันใจสั่น
    แต่พยายามข่มความกลัวแล้วถามไถ่ถึงพ่อเด็กว่าน่าจะมาให้หมอเช็ค ร่างกายนะ เพราะเขาเจ็บหนักกว่าใครๆ

    ผู้ชายขาเดฟก็พูดกับฉันแบบสุภาพว่า
    ผมโทรติดต่อไม่ได้เลยตอนนี้
    เรารอพ่อเด็กกันอยู่

    พ่อเด็กเดินมาด้วยท่าที่แข็งกร้าว
    เดินมาหาแท็กซี่คู่กรณี ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉัน
    แล้วพูดว่าผมขอโทษนะครับลุง?!
    มันทำให้บรรยากาศเริ่มคลี่คลายคนที่นั่งมากับฉันก็เข้าไปโอบ
    คุณพ่อคนนั้นเบาๆ แล้วบอกเขาว่าดีมากเลย
    คุณลุงก็บอกไม่เป็นไร

    คู่กรณีเริ่มคุยกันระหว่างที่อยู่กลางท่ามสายตาพยาบาล
    (ที่อยากรู้เรื่องราว) มันลงเอยด้วยดี
    ฉันกำลังเตรียมตัวไปเชียงใหม่คืนนี้
    ส่วนเพื่อนฉันกำลังจะไปเมกาวันอังคารแล้วจู่ๆ
    ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา
    เราทั้งคู่ก็ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง
    แต่เพื่อนฉันก็ควักตังค์จ่ายค่าพยาบาล
    ให้คนเจ็บ แบบไม่ได้หวังเงินคืน

    เลยมีความรู้สึกว่านี่อาจเป็นการกำหนดมาของฟ้า
    ให้เราได้สร้างกุศลก่อนที่เรากำลังจะเดินทางไกลก็ได้

    ก่อนกลับบ้านเดินบ่นกับเพื่อนว่าทำไมนะช่วงนี้มักมีแต่เรื่อง
    เข้ามาให้เราพบเจอ

    เพื่อบอกฉันว่าก็นี่แหละ เราจะได้เรียนรู้ และระวังตัว

    ถ้าวันหนึ่งฉันเป็นแม่คนเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้าง
    สิ่งที่ต้องทำลำดับแรกคือมีสติ อย่าปล่อยให้ความเกลียดชัง
    ความคับแค้น ความโกรธเข้ามา จนลืมหน้าที่ว่าสิ่งไหนควรทำ
    ก่อนหลัง

    ไม่อย่างนั้นเด็กที่ถูกมอไซด์ทับอาจตายก็ได้

    สงกรานต์ปีนี้ ขับขี่ ระมัด ระวังกันด้วยนะคะ :D
    ...............................................................................
    princess