๑ ตุลาคม ๒๕๕๐
ถึงเธอ...
อาทิตย์ก่อนแจ็คพ็อตอ่ะพอดีช่างภาพเค้าติดงานซ้อนนายเลยเรียกฉันไปถ่ายแทนไปทะเลสาบ โหย...น้ำงี้สวยขนาด
ใสกิ๋ง จนเห็นใบไม้ร่วงจมที่ทับทมอยู่ก้นพื้นเลยแหละระหว่างนั่งเรือข้ามฟากมันเงียบเสียจนได้ยินเสียงแมลงร้องอื้ออึงอยู่ทั่วบริเวณ
ตอนนั้นฉันอยากโทรหาเธอที่เมืองไทยอยากให้ฟังเสียงเหมือนดั่งที่ฉันได้ยินแต่ก็นึกอยู่ในใจว่าถ้าโทรไปเธอจะรับมั้ย?
ถ้ารับแล้วจะโดนเม้งรึป่าว? รึ? รึ? รึ?
เออ...นึกเยอะอ่ะสรุปว่ากลัวไม่กล้าโทรหาล่ะกัน
สักพัก...ก็มาตั้งสติใหม่ทำงานให้เสร็จไอ้ที่เด็ดน่ะมันอยู่ตรงที่ ชั่วโมงกินข้าวมันมีหม้ออะไรสักอย่าง ต้มรวม กันมา หน้าตาก็ไม่ดีนักสักเท่าไหร่แต่ใครเค้าว่ามันสุดยอดเลยกินจ้วงลงไปในหม้อ ทันใดนั้น!! ดันไปเจอ ข้าวโพดหั่นแว่น
นึกถึงเธอเลยในบัดดลที่เคยสอนฉันไว้ให้เอาตะเกียบทิ่ม
ตรงแกนกลางข้าวโพดแล้วยกขึ้นมา เอาล่ะ ไม่ต้องรีรอ
จัดการเลย
จิ้มไปแล้วยังไม่ทันยกขึ้นมามันก็มีเสียง พลั๊กกก ดังตามมา!! มันคือผ่ามือพิฆาต(จากนายนั่นเอง)ตามมาด้วยเสียงตะวาดกลางวงข้าว"ทำอะไรไร้มารยาท!!ใครสั่งใครสอนให้ใช้ตะเกียบจิ้มอาหาร(ที่นี่เค้าถือ)...และอีกยาว"เหอ นั่งมึนอยู่นาน
ก็แหม๋ กะจะลองวิชาดันโดนเบรกซะงั้นตรงนี้แหละประเด็นที่ทำให้ฉันคิดถึงเธอไม่รู้เธอจะเป็นอย่างไรบ้างเนอะ
ป่านนี้ คงได้งานทำตามที่ใจต้องการแล้วมั้งหวังว่าเธอคงได้เจอบริษัทดี ดี งานที่ใช่ และเพื่อนร่วมงานที่น่ารักนะไม่ต้องเหมือนฉันที่เป็นเด็กผู้หญิงจะทำไรแต่ละทีใครใครก็มองว่าไม่มีเกียรติศักดิ์ศรีและความสามมารถเท่าผู้ชาย
ฉันบอกไปรึยังว่าที่นี่เค้าชาตินิยมสูงฉันมันแค่คนต่างด้าว
แต่...ไม่เป็นไรตั้งใจทำงานทุกชิ้นออกมาให้มีคุณภาพ
อยู่แล้วแหละเออ...บอกเธอไปรึยังว่าคนที่เค้าตั้งชื่อให้ฉันใหม่ด้วยน้าเป็นภาษาจีนกลาง
คิดแล้วก็ขำเค้าเรียกฉันว่า "เจ้าหญิงน้อย" (ขอร้องอย่าทำปากเบี้ยว)ก็ได้มาจากความอินของนางเอกในซีรี่ย์ ของที่นี่ (อย่าพึ่งขำเซ่)ไม่ใช่เค้าชื่นชมในตัวฉันหรอกนะที่เรียก
"เจ้าหญิงน้อย" แบบนี้ มันมาจากพฤติกรรม รน รน กับความซุ่มซ่ามที่ฉันเป็นนะสิมันเหมือนคำแดกดันกันมากกว่าคำชม
แต่นั่นก็ OK นะรับได้ ตอนนี้ก็ชินแล้วแหละ ฮ่า ฮ่า
มีเรื่องมากมายหลายอย่างอยากจะเล่าให้เธอฟังอยากจะส่งรูปไปให้อยากจะคุยด้วยอยากจะเขียนจดหมายไปหาแต่ก็กลัวอีกนั่นแหละว่าเธอคงไม่อยากเปิดอ่านรับรู้เรื่องราวของฉัน
เฮ้อ...พูดไปแล้วก็เศร้าเขียนไปก็เครียดช่างมันเหอะจริงแล้ว ตอนนี้เข้าใจแล้วว่ามันไม่ได้สำคัญตรงที่เธอจะได้อ่านข้อความของฉันรึไม่
แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกของฉันขณะเขียนถึงเธอต่างหาก และก็คงทำได้แต่เขียนข้อความนี้ที่ส่งไปไม่ถึงปลายทาง
ไม่เคยรู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างเราสองคนฉันมานั่งทบทวนกับเรื่องราวที่ผ่านมาหาสาเหตุที่ทำให้เราห่างเหินแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ
เธอคงยังไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ฉันมีให้เพิ่มขึ้นทุกวันอาจเป็นเพราะครั้งที่ฉันแย่ที่สุดในชีวิตเธอทำให้ฉันได้คิดและตัดสินใจเลือกที่จะอยู่ต่อเดินไปข้างหน้าแต่มันจะมีความหมายได้แค่ไหน ที่ฉันไม่มีเธอเหมือนก่อน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นฉันคงทำได้แค่เพียงเก็บเธอไว้ข้างในให้ลึกสุดใจถึงแม้นจะไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยพบหน้าแต่อยากให้รู้ว่าฉันยังคิดถึงเธอเช่นเดิมเหมือนที่เคยไม่เปลี่ยนไป ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนใจของฉันจะอยู่กับเธอ
ถึงแม้จะไม่ได้มีโอกาสเป็นคนรักเป็นเพื่อนเป็นน้องหรือกระทั่งคนรู้จักสำหรับเธอก็ดีใจนะที่ครั้งหนึ่งเราได้พบกัน
ตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนบ้านใครเค้าก็เตรียมงานกันใหญ่ มีขนมโก๋ขนมไหว้พระจันทร์ขายกันให้รึ่ม(กินเผื่อเธอด้วยล่ะ)หากวันนี้ฉันได้พบเธอก็คงขนของอร่อยมาให้ชิม
เหมือนเดิมนั่นแหละช่วงที่เป็นเทศกาลเค้าก็จะฉลองกันเต็มที่ มันทำให้พนักงานอย่างฉันได้ผลพลอยได้ไปด้วยมีขนมให้กินกัน เปรม โอ้ววว แต่ก็แปลกพักนี้ฉันน้ำหนักลดลงทั้งที่เขมือบซะทุกอย่างแต่มันก็ไม่อ้วนเลยแหะรับรองถ้าเธอเห็นฉันคราวนี้ คงจำกันไม่ได้แน่เลย คริ คริ
เธอคงไม่รู้ว่าฉันเปลี่ยนไปจากเดิมแค่ไหนเวลาที่นี่ผ่านไปเร็วทุกวันจิตใจของฉันก็เติบโตเช่นเวลา อดีต ความทรงจำที่เคยทำให้ฉันช้ำแทบบ้าจากช่วงวิกฤตที่โถมเข้าใส่การตายจาก การพลัดพราก ความผิดหวัง ท้อแท้ หาทางออกไม่ได้
ได้แต่พรำ เพ้อ กับคนที่ไม่มีตัวตนแล้วและก็รับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นไม่ได้มันได้ผ่านไป
ฉันพยายามเป็นคนใหม่ทำใจให้ยอมรับมัน ก็นะ คงทำได้เท่านี้ เธอว่ามั้ยก็ได้แต่หวังว่าบาดแผลในใจของฉันคงจะจางหายไปในสักวัน เนอะ
อ่า...ตอนนี้ต้องไปแล้วแหละคงต้องเดินทางไกลเก็บกระเป๋าแบ็คแพ็คแว้ว ไปต้าลี่ อีกหลายวัน เทคแคร์นะจ้า บาย
.........................................................................
จากเจ้าหญิง